Language:
head
NEWS & EVENTS
06.07.2017
◂ Back

• แม่ประนอมชวนฟิน! อาหารยุโรปร่วมสมัยแบบมีสไตล์ด้วยฝีมือเชฟชั้นยอดและวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ Water Librar

 

 

จานเหนือระดับราคาเอื้อมถึง! กิน-ดื่มสไตล์ยุโรปแบบเลิศ ๆ @Water Library

 

แม่ประนอมชวนฟิน! อาหารยุโรปร่วมสมัยแบบมีสไตล์ด้วยฝีมือเชฟชั้นยอดและวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ Water Library

 

เรียนอยู่แถวนี้มาหลายปี เดินห้างจามจุรีสแควร์อยู่บ่อย ๆ ก็ได้เห็นร้านอาหารหรูอยู่ที่ชั้นสองของห้างตรงข้ามกับร้านไดโซะ เป็นร้านที่ดู ๆ ไปแล้วมีสไตล์มากครับ วันนี้ได้ฤกษ์มากินเสียที คือร้าน Water Library นี่เอง

 

ร้าน Water Library เป็นร้านที่เกิดจากความตั้งใจของคุณ Pote Lee เจ้าของสำนักพิมพ์ ผู้นำเข้าไวน์และน้ำจากต่างประเทศว่าต้องการสร้าง “ห้องสมุดน้ำ” ที่รวบรวมน้ำและไวน์จากทั่วโลกมาเก็บไว้ที่นี่ ดังนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นห้องสมุดน้ำ พอเราเดินเข้าร้านมาเราก็จะเห็นชั้นวางทรงกระบอกขนาดยักษ์ที่วางน้ำแร่ชนิดต่าง ๆ ไว้กว่า 200 ขวด จากน้ำ 30 ชนิด เป็นอนุสรณ์ถึงประวัติศาสตร์ของร้านทั้งน้ำที่สามารถสั่งได้ (มีประมาณ 15 ชนิด) และที่ไม่ได้ขายแล้ว

 

          

 

นอกจากน้ำและไวน์ชั้นเยี่ยมของร้าน แน่นอนว่าเป็นร้านอาหารระดับ Fine-dining แล้ว อาหารและเชฟย่อมไม่ธรรมดาครับ โดยเชฟประจำร้าน Water Library คือคุณ Mirco Keller เชฟชาวเยอรมันผู้มีประสบการณ์ทำอาหารมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในโรงแรมในยุโรป จนถึงร้านอาหารมิชลินสตาร์ และประสบการณ์ทำอาหารในประเทศไทยมากว่า 7 ปีแล้วครับ อาหารแต่ละจานของทางร้าน Water Library ก็สะท้อนการเดินทางของเชฟ Keller ที่เริ่มต้นจากคูซีนยุโรป เข้าสู่เอเชียและมาจบที่ไทย เป็นเมนูที่ผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว

 

 

แนวคิดของเชฟ Keller สำหรับ Water Library คือการมุ่งมั่นจะเป็นเชฟมือหนึ่ง ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์การกินที่น่าจดจำผ่านวัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วโลกและฝีมือการปรุง โดยเชฟบอกว่าวัตถุดิบที่ดีนั้นจะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์การกินและสุขภาพของผู้กินได้อย่างดี อย่างเช่นซอสพริกไทยดำตราแม่ประนอม ที่ทางร้านใช้เป็นซอสประกอบอาหารหลายอย่างก็เป็นเครื่องปรุงธรรมดาที่ไม่ธรรมดานั่นเองครับ มาดูกันเลยครับ

 

เมนูแรกเป็น “Surf and Turf” ซึ่งเป็น starter จาก “Lunch Menu” (2 คอร์ส 1,000 บาท - 3 คอร์ส 1,300 บาท) เป็นเนื้อปลาทูน่าย่างกับ Sweetbread (ส่วนหนึ่งของตับอ่อนวัว) ชุบเกล็ดขนมปัง นุ่มลิ้นและหนาเต็มปากเต็มคำไม่มีกลิ่นเครื่องในครับ นำมาจัดจานประกอบกับหน่อไม้ฝรั่ง ราดด้วยเนยเหลวและซอส Hollandaise และโรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลฝน ทำให้ในจานได้ทั้งเทกซ์เจอร์ของทูน่าและ Sweetbread ความกรอบของหน่อไม้ฝรั่งและความหวานหอมของซอสและทรัฟเฟิลที่ซึมซาบเข้าไปในเนื้อทั้งสองอย่างนั่นเอง

 

 

เมนูที่สองเป็น “Pork” จาก “Tasting menu” (9 คอร์ส 2,800 บาท) ซึ่งใช้เนื้อส่วนท้องของหมูนำไปย่างจนเกรียม โรยหน้าด้วยเกล็ดขนมปัง ประกอบกับเกี๊ยวไส้ถั่วที่มีความหอมอย่างครีมมี่ ราดด้วยซอสเนย ไข่และซอสพริกไทยดำตราแม่ประนอม จานนี้มีทั้งความหอมกลิ่นหมูย่างชิ้นมันที่ชุ่มซอสพริกไทยดำทำให้ไม่เลี่ยนเกินไป ความกรอบของเกล็ดขนมปัง ทั้งหมดทานคู่กับเกี๊ยวที่กัดเข้าไปแล้วระเบิดความข้นของถั่วได้เต็มปากเต็มคำ เข้ากันมากครับ

 

          

 

 

เมนูต่อมาเป็น “Pigeon” (900/1800 บาท) จากเมนู A la Carte เป็นขานกพิราบฝรั่งเศสที่ย่างแบบ brasse ด้วยระดับความสุกแบบ medium rare หอมนอกแต่ก็นุ่มใน วางบนด้วยครีมซอสที่สกัดจากปลาไหลยุโรปรมควัน ราดเกรวีที่ผสมด้วยซอสพริกไทยดำของแม่ประนอม กินกับครีม boudin noir (ไส้กรอกเลือด) ที่มีกลิ่นหอมจาง ๆ ของสมุนไพร และเบรกด้วยรสเปรี้ยวของแตงกวาดองขิงที่ฝานและพับมาอย่างสวยงาม รสเยี่ยมจนอยากสั่งเพิ่มเลยล่ะครับ

 

          

 

และตบท้ายด้วยของหวาน “Godson’s Favourite” ซึ่งอยู่ใน “Lunch Menu” เช่นกันครับ ไอศกรีมมังคุดซอร์เบต์รสเปรี้ยวหวาน เรียงรอบด้วยผลราสป์เบอร์รีที่วางบนครีมชิบูสต์ราสป์เบอร์รี มีเยลลีรส Elderflower อ่อน ๆ วางบนมูสเสาวรส เป็นกลิ่นหวานหอมผลไม้หลากชนิดที่ผสมกันอย่างลงตัว กินคู่กับรสเปรี้ยวของซอร์เบต์มังคุดเพื่อให้รสชาติที่แตกต่างและแก้รสเลี่ยนจากมื้อของคาวได้อย่างดีครับ

 

          

 

จะเห็นได้ว่าสำหรับร้าน Water Library แล้ว สิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่ความหรูหราหรือความเวอร์วังอลังการในจานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสมบูรณ์แบบของอาหาร ตั้งแต่รสชาติ รายละเอียดไปจนถึงการจัดจานด้วย ตามที่เชฟ Keller ได้บอกเราไว้ว่าสำหรับเขาแล้ว การทำอาหารนั้นคือการสร้างความสมบูรณ์แบบที่อยู่ในจานเพื่อเสิร์ฟให้นักชิมอย่างเรา ๆ ทานกันครับ นับว่าสำหรับร้านอาหารระดับ Fine-dining แล้ว ราคาเท่านี้ไม่แพงเลยสำหรับคุณภาพวัตถุดิบและประสบการณ์ของเชฟที่สั่งสมและถ่ายทอดออกมาให้เรากินกันครับ

 

การเดินทาง

ร้าน Water Library ตั้งอยู่ชั้น 2 ของของห้างสรรพสินค้าจามจุรีสแควร์ แยกสามย่าน สามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสามย่านครั